|
t_Articles
t_Articles
19 กรกฎาคม 2548
โครงการ
The Grand Challenges in Global Health Initiative
ได้ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่าได้รับการสนับสนุนทางการเงิน จากมูลนิธิ
Bill
และ
Malinda Gates
(Gates
& Malinda Foundation)
ซึ่งเป็นการช่วยเหลือทางการเงินนอกเหนือจากการได้รับเงินบริจาคจากมูลนิธิและสถาบันการทำการวิจัยอื่นๆ
เป็นจำนวนเงินมากกว่า
30
ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เพื่อเป็นทุนในโครงการวิจัยด้านการใช้เทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ในการพัฒนาพันธุ์พืชที่ให้คุณค่าสารอาหารทางโภชนาการเพื่อต่อสู้กับปัญหาสุขภาพ
การขาดสารอาหารที่กำลังแพร่ขยายอยู่ทั่วโลก
ความคิดเห็นริเริมในการทำโครงการนี้แสดงให้ห็นว่าการทุ่มเทเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาวของการขาดสารอาหารนั้นก็คือการปรับแต่งพันธุ-กรรมพืชที่เติบโตได้ดีในสภาพภูมิอาการที่ทุรกันดารโดยที่พืชดังกล่าวยังคงสามารถมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณสูง
เงินสนับสนุนดังกล่าวนั้นซึ่งรวมถึงเงินจำนวนมากกว่า
11
ล้านดอลล่าร์ที่จะใช้สำหรับการเพิ่มปริมาณโปร-วิตามินเอ (pro-vitamin A),
วิตามินอี
(vitamin
E),
ธาตุเหล็ก
(iron),
และสังกะสี
(zinc)
ในข้าว
ซึ่งเป็นพืชอาหารหลักที่มีความสำคัญมากที่สุดในโลก
แน่นอนว่าเงินทุนสนับสนุนเหล่านี้จะช่วยเร่งกระบวนการการศึกษาค้นคว้าด้านการดัดแปลงสารพันธุกรรม
(biofortification)
แต่สิ่งเหล่านี้จะไม่มีค่าอันใดเลย
หากนักวิจัยวิทยาศาสตร์ในเอเชียได้มีความคืบหน้าไปอย่างมากแล้วในนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพของสารอาหารในวัตถุดิบพืชอาหารหลักในแถบทวีปนี้
วารสารข่าว Food Facts Asia
ฉบับล่าสุดของศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชีย
ได้สรุปความคืบหน้าโครงการวิจัยที่สำคัญไว้
ซึ่งอยู่ระหว่างการส่งวารสารดังกล่าวออกไปให้แก่ผู้ที่สนใจได้อ่านกันในเร็วๆ นี้
ตัวอย่างเช่น
“ได้มีการนำเอาวิธีการทางเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในพืชน้ำมันคาโนลา
เพื่อเพิ่มปริมาณสารเบตา-แคโรทีน ในน้ำมันพืชนี้เป็นเวลานานปีมาแล้ว
การรับประทานน้ำมันคาโนลา
1
ช้อนชาในอาหาร
ก็เพียงพอที่จะให้ร่างกายคนวัยผู้ใหญ่ได้รับวิตามินเอต่อวันตามคำแนะนำแล้ว
ปัจจุบันมีบริษัทการค้าบริษัทหนึ่ง ร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิชิแกน
หน่วยงานกลางสหรัฐเพื่อการพัฒนานานาชาติ และสถาบันวิจัยพลังงานทาทา
(Tata
Energy Research Institute (TERI))
ในประเทศอินเดีย กำลังดำเนินงานเพื่อนำเอาเทคโนโลยี พร้อมความชำนาญการนี้
มาใช้กับน้ำมันมัสตาร์ดซึ่งเป็นพันธุ์พืชที่ใกล้ชิด กับน้ำมันคาโนลา
Dr. Vibha Dhawan
หัวหน้าโครงการของ TERI
กล่าวว่า
“เราหวังว่าความสำเร็จนี้จะช่วยขจัดปัญหาการขาดวิตามินเอในประชากรของเรา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเด็ก”
และท่านยังได้เพิ่มเติมอีกว่า
“น้ำมันมัสตาร์ด
น่าจะเป็นพาหนะที่นำวิตามินเอมาสู่ผู้คน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและราคาย่อมเยาว์
เนื่องจากเป็นเครื่องปรุงอาหารในครัวของชาวอินเดียโดยส่วนใหญ่อยู่แล้ว”
นอกจากนี้
ยังมีอีกหลายโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่โดยใช้วิธีเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น
การดัดแปลงสารพันธุกรรมเพื่อเพิ่มธาตุเหล็กในเมล็ดข้าว
ข้าวพันธุ์หนึ่งที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก ประกอบด้วยสารพันธุกรรมที่มาจากถั่ว
ที่สามารถไปช่วยเพิ่มธาตุเหล็กในข้าวได้ 2 เท่า นอกเหนือจากนั้น
ข้าวพันธุ์นี้ยังมีสารพันธุกรรมอีกตัวหนึ่ง
ที่ทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ง่ายขึ้น หลังการย่อย”
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการที่กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยในเอเชีย
สามารถอ่านได้จากวารสารข่าว
Food Facts Asia
ฉบับเดือนกรกฎาคม 2548
โดยแวะเข้าชมทางเว็บไซด์ของ
AFIC
www.afic.org
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการได้รับเงินทุนสนับสนุนของ
Global Health
Challenges Awards,
เชิญเข้าชมได้ที่
http://www.gatesfoundation.org/nr/downloads/globalhealth/GCGH_Grants_Backgrounder.pdf
|