<% Dim Conn, dbPath dbPath = "D:\inetpub\wwwroot\bongologic\fpdb\afic_up.mdb" Set Conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") Conn.Open "PROVIDER=MICROSOFT.JET.OLEDB.4.0;DATA SOURCE=" & dbPath Set Session("_conn") = conn %> <% sqlArtDetails = "SELECT * FROM t_Articles Where Article_ID = "& Request.QueryString("ArtID")&"" Set rsArtDetails = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") rsArtDetails.Open sqlArtDetails, conn, 3, 3 %> ข่าวประชาสัมพันธ์ - มาเติมกระดูกด้วยแคลเซี่ยม , วิตามินดี และการออกกำลังกายกันเถอะ ข้อแนะง่ายๆ เพื่อเอาชนะโรคกระดูกพรุน  t_Articles AFIC
   
Home Page
Food Facts Asia: 3x year resource newsletter, which features articles on current nutrition, food safety and science communication topics for use by journalists, health professionals, students and interested consumers.
AFIC leaflets, posters and brochures available for download
AFICNews: AFIC's monthly e-bulletin provides updates on regional events, the latest AFIC resources and analysis of recent news coverage of food safety and nutrition topics and issues.
Press Centre: Recent press releases and guidelines on where to go for more information.
Contact Us: Click here to request copies of AFIC publications, or to be added to AFIC's mailing list.
 
 

More AFIC Links

 
   
   


 
 
 

     

Journalist access

to expert database

ข่าวประชาสัมพันธ์ - มาเติมกระดูกด้วยแคลเซี่ยม , วิตามินดี และการออกกำลังกายกันเถอะ ข้อแนะง่ายๆ เพื่อเอาชนะโรคกระดูกพรุน  จากศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชีย
 

Press Release World Osteoporosis 2004: Bone up with Calcium, Vitamin D and Exercise - Simple tips to Beat Osteoporosis

 
t_Articles t_Articles

18 ตุลาคม 2547

 

การเกิดโรคกระดูกพรุน  มีอัตราสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในเอเชีย   ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากการที่คนเราในปัจจุบันมีช่วงชีวิตที่ยืนยาวมากขึ้น และเมื่อเรามีอายุมากขึ้นมวลความหนาแน่นของกระดูกก็ย่อมลดน้อยลงไปตามอายุ

 

โรคกระดูกพรุนมิได้เกิดเฉพาะในสตรีสูงอายุเท่านั้น  แต่มีการตรวจพบในสตรีที่อายุน้อยเพียง 25ปี

และพบในผู้ชายทุกวัยด้วยเช่นกัน  จากสถิติการสำรวจ  ของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ  (International Osteoporosis Foundation) พบว่า  1  ใน  5  ของชายอายุ  50  ปีขึ้นไปจะเป็นโรคกระดูกพรุน  ด้วยเหตุดังกล่าวนี้  วันโรคกระดูกพรุนโลก ปี 2547 ซึ่งกำหนดเป็นวันที่ 20 ตุลาคม   จึงมีเป้าหมายที่จะสร้างความตระหนักในเรื่องการดูแลสุขภาพกระดูกในผู้ชาย

 

การเกิดโรคกระดูกพรุนจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องในร่างกายเราโดยไม่แสดงอาการใดๆเลย  จนกว่าจะมีการล้มแบบไม่รุนแรงหรือกระแทก  ซึ่งอาจก่อให้เกิดกระดูกร้าวได้ในบริเวณสะโพกข้อมือ  หรือกระดูกสันหลัง  นักวิจัยได้ประมาณการว่า ในอีกเกือบ50ปีข้างหน้า(ราวปี ค.ศ.2050 หรือ พ.ศ. 2593) ครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการกระดูกร้าวเนื่องมาจากสาเหตุของโรคกระพรุนจะเกิดขึ้นกับชาวเอเชีย  และสิ่งที่น่ากังวลก็คือ  ผลกระทบของการเกิดกระดูกร้าวหรือหักโดย เฉพาะเมื่อเกิดกับสะโพก  อาจทำให้ถึงขั้นสูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง ไปเลยก็ได้   มีการศึกษาในสิงคโปร์ พบว่า 1 ใน 5 คนที่เกิดกระดูกสะโพกหักหรือร้าวอันเนื่องมาจากโรคกระดูกพรุน จะตายภายใน 1 ปี และ 1ใน 3 จะพิการเดินไม่ได้ต้องใช้รถเข็น หรือนอนไปไหนไม่ได้  โรคกระดูกพรุนรักษาไม่ได้  แต่ข่าวดี คือ โรคนี้ป้องกันได้  โดยการกินอาหารอย่างถูกต้องและออกกำลังกายตลอดชีวิต  หรือ แม้เมื่ออายุมากขึ้นแล้วหากพยายามลดอัตราการสูญเสียมวลกระดูกก็ยังจะช่วยไม่ให้เป็นโรคนี้ได้

 

ดังนั้นศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชีย  จึงมีคำแนะนำเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ เพื่อเอาชนะโรคกระดูกพรุน  ซึ่งได้แก่  การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมอย่างเพียงพอ , ให้ร่างกายได้รับวิตามินดีเป็นประจำไม่ว่าจากอาหาร หรือ จากแสงแดดก็ตาม และประการที่สาม  ให้มีการออกกำลังกายที่ต้องลงน้ำหนัก  รวมอยู่ในชีวิตประจำวันด้วย

 

ความต้องการแคลเซียมในร่างกายจะเปลี่ยนไปตามวัยในช่วงเวลาเด็ก, วัยรุ่นจนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น  แคลเซียมมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะช่วงนี้กระดูกจะสะสมธาตุแคลเซียมเพื่อสร้างขนาดและความ     แข็งแรงของตัวกระดูกเองอย่างเต็มที่ ขบวนการนี้จะดำเนินอย่างต่อเนื่องจนถึงอายประมาณ 30 ปี หลังจากนั้นการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมอย่างเพียงพอในชีวิตประจำวันก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นเพียงแต่ว่า ร่างกายต้องการน้อยลงไปบ้างเท่านั้น  ส่วนมารดาที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร จำเป็นจะต้องเพิ่มการบริโภคอาหารที่มีแคลเซียมให้สูงมากขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของทารกด้วย  ร่างกายของคนที่มีอายุมากขึ้นจะมีความสามารถในการดูดซึมธาตุแคลเซียมได้น้อยลง  ดังนั้นในวัยผู้ใหญ่ทั้งชายและหญิง  ควรพยายามรับประทานอาหารที่มีธาตุแคลเซียมสูงให้มากๆไว้  ยิ่งเป็นสตรีวัยหมดประจำเดือนความต้องการแคลเซียมของร่างกายกยิ่งเพิ่มมากขึ้น

 

ดังนั้น  ปริมาณแคลเซียมที่จำเป็นต่อร่างกายนั้นอยู่ที่ปริมาณเท่าใด ?   คำตอบก็คือ   มีคำแนะนำแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศตั้งแต่ 800 มก. ถึง 1500 มก. ต่อวัน   เป้าหมายที่เหมาะสมคือ  ให้รับประทานอาหารที่อุดมด้วยธาตุแคลเซียม ทุกวันๆละ 5 7 เสริฟโดยแต่ละเสริฟให้มีปริมาณแคลเซียมราวๆ 150 200 มก.

 

นมและผลิตภัณฑ์จากนม  จะมีแคลเซียมสูง และ เป็นแคลเซียมประเภทที่ดูดซึมได้ง่าย  ดังนั้นทางเลือกหนึ่งที่จะให้ร่างกายได้รับแคลเซียมเพียงพอต่อวัน  ก็คือดื่มนมวันละ 2 แก้ว และอาหารที่มีแคลเซียมสูงอีก 2 เสริฟ

 

ชาวเอเชียร้อยละ  90  จะมีปัญหาเรื่องการย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมทั้งนี้เป็นเพราะร่างกายไม่สามารถผลิตน้ำย่อยสำหรับย่อยแลคโตสได้มากพอที่จะทำงานได้   แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากนมเสียทั้งหมดเพราะคนส่วนใหญ่ก็ยังสามารถดื่มนมเล็กน้อยร่วมกับอาหารอื่นได้และยังคงสามารถรับประทานผลิตภัณฑ์จากนมซึ่งมีปริมาณน้ำตาลแลคโตสน้อยกว่านมสดได้  ยกตัวอย่างเช่น  มีคนเป็นจำนวนมากที่ไม่สามารถย่อยแลคโตสได้  ยังสามารถมีความสุขกับการรับประทานอาหารพวกเนยแข็งบางชนิดเช่น สวิสชีส  หรือ เช็คดาชีส รวมไปถึงโยเกิร์ต และผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ผลิตแบบพิเศษ  ที่ให้มีปริมาณแลคโตสต่ำได้

 

นอกจากนี้ยังมีแหล่งอาหารอื่นๆ ที่มีแคลเซียมสูง เช่น ปลาเล็กปลาน้อย ที่สามารถกินได้ทั้งกระดูกและเปลือกเช่น  ปลาซิว  ปลาไส้ตัน  กุ้งแห้ง  กะปิ  ปลากระป๋อง  ผักใบเขียวต่างๆ เช่น คะน้า กวางตุ้ง บรอคโคลี   นมถั่วเหลืองเพิ่มแคลเซียม เต้าหู้  เต้าเจี้ยว จะเป็นการดีมาก  ถ้าเรารับประทานถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองเป็นประจำ  เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีเท่านั้น  แต่ถั่วเหลืองอุดมไปด้วยสารไอโซฟลาโวน  ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่สามารถช่วยเพิ่มมวลและความหนาแน่นของกระดูกได้  ทำให้กระดูกแข็งแรง  ไม่หักง่าย

 

นอกเหนือจากอาหารดังกล่าวแล้ว  ยังมีอาหารอีกหลายชนิดที่ผู้ผลิตได้เติมธาตุแคลเซียมไว้ เช่น น้ำผลไม้  ขนมปัง  อาหารเช้าพวกซีเรียล  ขนมปังกรอบ และเครื่องดื่มประเภทมอลท์ 

 

ดังนั้นเวลาเลือกซื้ออาหาร  ต้องอ่านฉลากให้ดี  ดูถึงปริมาณแคลเซียมต่อการรับประทานหนึ่งครั้ง  และพยายามสร้างนิสัยให้รวมเอาอาหารเพิ่มแคลเซียม  อยู่ในเมนูอาหารประจำวันไว้เสมอ

 

เนื่องจากอาหารเช้าประเภทซีเรียลหลายชนิดอุดมไปด้วยธาตุแคลเซียมจึงถือเป็นการดีถ้าคุณจะรับประทาน อาหารเช้าประเภทนี้เพราะจะช่วยให้ร่างกายคุณได้รับแคลเซียมในระดับพอสมควรทีเดียวสำหรับชีวิตประจำวัน  เช่น ในมื้ออาหารถ้าเราดื่มน้ำส้มเติมแคลเซียม และก๋วยเตี๋ยวผัดกับบรอคโคลีและเต้าหู้  หรือแซนวิชขนมปังโฮลวีทใส่ชีสและผัก  กับนมหนึ่งถ้วยหรืออาหารเช้าซีเรียลเพิ่มแคลเซียมกับนมหนึ่งถ้วย หรือโยเกิร์ตหนึ่งถ้วย หรือนมถั่วเหลืองเพิ่มแคลเซียมกับข้าวแท่งซีเรียลอบกรอบเราก็จะได้รับแคลเซียมอย่างน้อย 400 มก.

 

ในเรื่องสุขภาพของกระดูกนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ร่างกายต้องได้รับวิตามินดี  เพราะวิตามินดีจะเป็นตัวช่วยให้ ร่างกายดูดซึมแคลเซียมอย่างมีประสิทธิภาพดีขึ้น  ร่างกายคนเราได้รับวิตามินดีง่ายมากโดยออกไปในแสงแดดหรือเพียงแค่ยื่นมือหรือแขนออกไปกลางแดด  เพียง 10 15 นาที  สัปดาห์ละ 2 3  ครั้งก็พอ  ส่วนอาหารที่เป็นแหล่งของวิตามินดีอันยอดเยี่ยมได้แก่ ไข่แดง  ปลาที่มีไขมัน  ตับ  นม  หรืออาหารเช้าซีเรียลที่เพิ่มวิตามิน

 

ผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุบางคนอาจจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารช่วยถ้าไม่ได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอในชีวิตประจำวันและด้วยเหตุผลว่าร่างกายของผู้สูงอายุจะดูดซึมวิตามินดีได้ไม่ดีพอเท่ากับตอนยังเป็นหนุ่มสาวอีกด้วยเกี่ยวกับแคลเซียมก็เช่นเดียวกันถ้าใครที่คิดว่าการที่ตนจะได้รับแคลเซียมจากอาหารให้ได้เพียงพอที่ ร่างกายต้องการนั้นทำได้ยากควรคิดเรื่องการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารช่วยแต่อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนเสมอ

 

เนื่องจากการออกกำลังกายชนิดที่ต้องลงน้ำหนักตเป็นการช่วยให้กระดูกแข็งแรงและชะลอกระบวนการ  

ูญเสียมวลกระดูก  ผู้เชี่ยวชาญด้วนสุขภาพแนะนำให้ออกกำลังกาย  เช่น เดิน  วิ่ง  จ๊อกกิ้ง  การเดินขึ้นลงบันได และการกระโดดเชือก สัปดาห์ละ 3 5 ครั้ง

 

โรคกระดูกพรุนเป็นมหันตภัยเงียบ  อย่ารอจนกระทั่งกระดูกคุณเริ่มสลายตัว  พราะนั่นอาจสายเกินไป  ควรเลือกรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ  รวมทั้งอาหารว่าง  ที่ประกอบด้วยธาตุแคลเซียมซึ่งมีให้เลือกมากมาย  รวมถึงอาหารที่มีวิตามินดีด้วยหรือหมั่นออกไปข้างนอกเพื่อให้ร่างกายได้รับแสงแดดบ้าง  ถ้าจำเป็นก็ให้ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารช่วย  และจัดเวลาเพื่อออกกำลังกายแบบให้มการลงน้ำหนักเสียตั้งแต่วันนี้

 

อาหาร 1  เสริฟเป็นอย่างไร ?

 

ตัวอย่างอาหารดังต่อไปนี้  ประกอบด้วยแคลเซียมประมาณ 150 200 มก.

·          นม ½ ถ้วย (125 มล.)

·          โยเกิร์ต ½ ถ้วยใหญ่ (125  กรัม)

·          เนยแข็ง  1 ชิ้น

·          ปลากระป๋อง (ซึ่งจะสามารถกินได้ทั้งก้าง)

·          ผักขม  หรือ ผักกวางตุ้ง  5 ช้อนแกง

·          บรอคโคลี  5 6 ดอกย่อยๆ

·          นมถั่วเหลืองเติมแคลเซียม  ½ ถ้วย (125 มก.)

·          นมถั่วเหลือง 1½  ถ้วย (375 มก. )

·          เค้กเต้าหู้  1  ชิ้นเล็ก 

·          เต้าหู้แผ่น ¼ ชิ้นใหญ่

·          เต้าหู้ยี้  1  ชิ้น

·          อาหารพวกซีเรียลเติมแคลเซียม 2/3 ถ้วย

 

แหล่งที่มา : ให้อาหารลูกอย่างถูกต้อง (Feed Your Child Right) – Lynn  Alexander + Yeong  Boon Yee. Time  Books  International 1990

www.nih.gov  Supermarket  food  labels.

 

นอกจากนี้  สามารถเข้าชมและค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

·          มูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ http://www.osteofound.org/index.php

 

t_Articles

 
 

Copyright © 2004 Asian Food Information Centre (AFIC)
* Permission is granted to media, health and education professionals to use AFIC information resources in part or in full, providing credit is given to its source and AFIC is informed of its use by emailing info@afic.org.
No part of any AFIC information resources or the AFIC logo or its name may be used for any advertising or commercial product promotion purposes or with any commercially branded materials.